Choose language

ไทย English
ພາສາລາວ Tiếng Việt


ระดับปริญญาเอก

SportSci About | 25 ม.ค. 2565 | View 220

share Facebook twitter LINE

หลักการและเหตุผล

         ปัจจุบันประเทศไทยมีความเปลี่ยนแปลงในด้านพฤติกรรมทางด้านความเป็นอยู่ และด้านอาหาร เช่น การทำงานที่เคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง จากการทำการเกษตรกรรมที่ต้องมีการออกแรงกายมาเป็นการนั่งทำงานหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่ มีการออกแรงกายน้อยมาก  หรือ ด้านอาหาร ประชาชนเปลี่ยนจากการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยจากผักและผลไม้ มาเป็นอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและไขมันมากขึ้น ทำให้ร่างกายมีการสะสมไขมันมากขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคที่สามารถป้องกันได้ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น ซึ่งหากมีการปรับให้ประชาชนมีการออกกำลังกายมากขึ้น และ รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะมากขึ้น น่าจะทำให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น

นอกจากนั้นปัจจุบันคนไทยมีความสนใจด้านการกีฬามากขึ้น ทำให้มีการแข่งขันในแง่ที่ทำเป็นธุรกิจมากขึ้น เช่น การแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ หรือ การแข่งกอล์ฟ รวมทั้งรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้มีการใช้การกีฬาเพื่อป้องกันปัญหาด้านสุขภาพดังกล่าว และเพื่อเพิ่มรายได้ของประชากรและประเทศ จากการกีฬา รวมทั้งมีนโยบายส่งเสริมการนวดให้นำมาใช้ทั้งด้านการรักษาสุขภาพ และ ส่งเสริมสมรรถภาพด้านการกีฬา โดยให้เป็นไปตามนโยบายที่มีการใช้วัฒนธรรมดิจิทัลในการสร้างสรรค์กิจกรรมต่าง ๆ มากขึ้น  

ปรัชญา

      หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การออกกำลังกายและการกีฬา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2565) มุ่งผลิตดุษฎีบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถอย่างลึกซึ้งด้านวิทยาศาสตร์การออกกำลังกายและการกีฬา สามารถบูรณาการองค์ความรู้ทางด้านสรีรวิทยา จิตวิทยา ชีวกลศาสตร์ โภชนาการ และเวชศาสตร์การกีฬา ในการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม และสามารถถ่ายทอดความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การออกกำลังกายและการกีฬา ตลอดจนมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม มีคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณในวิชาชีพ   

วัตถุประสงค์

หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การออกกำลังกายและการกีฬา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2565) มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตดุษฎีบัณฑิตที่มีคุณสมบัติดังนี้     

1) มีความรู้ความสามารถอย่างลึกซึ้งด้านวิทยาศาสตร์การออกกำลังกายและการกีฬา หรือองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง

2) มีความสามารถในการวิเคราะห์ สังเคราะห์องค์ความรู้ใหม่และสร้างงานวิจัยประยุกต์หรือนวัตกรรม ทางด้านวิทยาศาสตร์การออกกำลังกายและการกีฬา 

3) มีความคิดสร้างสรรค์และสามารถถ่ายทอดความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การออกกำลังกายและการกีฬาสู่ระดับชาติหรือระดับนานาชาติ 

4) มีคุณธรรม จริยธรรมในการทำงานวิจัยและมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อวิชาชีพและสังคม

5) เป็นที่ปรึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐานในการชี้แนะและให้ข้อมูลทางวิชาการได้อย่างถูกต้องแก่ประชาชนและสังคม  มีทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ มีทักษะในการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ

 

อาชีพที่สามารถประกอบได้หลังสำเร็จการศึกษา

             สามารถประกอบอาชีพที่ต้องการบุคลากรที่มีศักยภาพระดับสูงในการเป็นผู้นำ สถาบันอุดมศึกษา องค์กรภาครัฐหรือเอกชน องค์กรการวิจัย หรือองค์กรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในฐานะอาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย ผู้ฝึกสอน หรือผู้บริหารองค์กร ด้านวิทยาศาสตร์การออกกำลังกายและการกีฬา                                                     

 

คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา

      (1) ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.2558 ข้อ 12.4 คือ จะต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษา

ระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าที่มีผลการเรียน ดีมาก หรือปริญญาโทหรือเทียบเท่า และมีผลการสอบภาษาอังกฤษได้ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนด  และ

      (2) เป็นไปตามระเบียบมหาวิทยาลัยขอนแก่น ว่าด้วย การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พงศ.2559 หมวดที่ 5 ข้อ 21.4

หรือเป็นไปตามระเบียบที่จะปรับปรุงใหม่ และ

           (3)   หลักสูตร แบบ 1.1,  1.2,  2.1,  2.2  มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

            หลักสูตรแบบ 1.1   มีคุณสมบัติดังนี้

            1) เป็นผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต หรือเทียบเท่าในสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสม (GPA) ไม่ต่ำกว่า 3.50 และ

 2) มีผลงานวิจัยที่สัมพันธ์กับหลักสูตรฯที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการในระดับชาติหรือนานาชาติ โดยเป็นนักวิจัยชื่อ

แรก (First author) อย่างน้อย 1 เรื่อง

           หลักสูตรแบบ 1.2  มีคุณสมบัติดังนี้

            1) เป็นผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต หรือ เทียบเท่าในสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสม (GPA) ไม่ต่ำกว่า 3.25 และ

            2) มีผลงานวิจัยที่สัมพันธ์กับหลักสูตรฯที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการในระดับชาติหรือนานาชาติ โดยเป็นนักวิจัยชื่อแรก (First author) อย่างน้อย 1 เรื่อง

          หลักสูตรแบบ 2.1  ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

           1)  เป็นผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต หรือเทียบเท่าในสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสม (GPA) ไม่ต่ำกว่า 3.25    

           หลักสูตรแบบ 2.2 มีคุณสมบัติดังนี้

           1) เป็นผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต หรือ เทียบเท่าในสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสม (GPA) ไม่ต่ำกว่า 3.00

            หากคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อ (3) ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการบริหารหลักสูตร